Between

posted on 30 Sep 2006 20:03 by amaie

- B e t w e e n -
by Amaie and Aday60baht


Session Start: 13 พฤษภาคม 2549
Participants:


อามีเอล
น้าม, พุ


[09:33:29]

บนโต๊ะมีหนังสือนิยายที่เพิ่งซื้อ ปากกา สมุด
และถ้วยกาแฟคราบเกรอะ

แต่มันไม่ใช่โต๊ะของผม
แต่มันเป็นของหญิงสาวที่กำลังหมดสติไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์นั่นต่างหาก

ผมนั่งมองแผ่นหลังเนียนเกลี้ยงที่โผล่ผลุบจากผ้าห่ม ผิวเธอขาว ผมนึก

หากเธอเปลือยอยู่ ก็คงไม่ใช่เพราะฝีมือผมหรอก

เธออาจจะแบกร่างมาจากสถาณเริงรมย์ยามดึก
หรือจากที่ใดก็แล้วแต่ ผมไม่ทราบได้ด้วยรายละเอียด

เท่าที่รู้คือ ยามดึกเช่นนี้ ผมเป็นเพียง "เพื่อน" คนเดียว ที่เธอจะเรียกมาหา
ด้วยโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็ก ที่กองผสมอยู่กับของที่ระเกะระกะบนโต๊ะนั่น

เสียงเพลงจากที่ไหนสักแห่งสอดแทรกความเงียบยามค่ำคืน
ผมเงี่ยโสตประสาทค้นหาต้นตอของเสียง

โทรศัพท์เครื่องเล็กที่ผมกล่าวถึงไปนั้นเอง
ช่างเป็นเสียงที่สมจริง สมกับราคาสองหมื่นต้นๆ ..
ผมถือวิสาสะรับสายนั่น

"สวัสดีครับ .."

ต้นทางของสัญญาณตัดสายไปดื้อๆ
ผมวางโทรศัพท์กลับที่เดิม
จัดมันอีกเล็กน้อยให้เข้าที่เดิมจริงๆ

ทันใดนั้น
เสียงของหญิงผู้เป็นเจ้าของห้องดังขึ้น

"เอก มาแล้วเหรอ เอาน้ำมาให้หน่อยสิ"

ผมรีบรุดไปที่ตู้เย็นขนาดเล็ก
เธอตั้งมันไว้ใต้ชั้นที่อยู่ใต้โทรทัศน์อีกทอดหนึ่ง ผมย่อตัว
เปิดประตูตู้ ไอเย็นสะกิดที่ปลายจมูก
ผมหยิบน้ำเปล่ารินใส่แก้ว-เย็นที่ปลายนิ้ว

พลันนึกภาพของเธอ ตอนที่ลุกขึ้นมาเรียกผม ...
เพื่อนโว้ย เอก เพื่อน .. มึงจะทำอะไรของมึงน่ะ
ผมสงบสติอารมณ์ที่พลุกพล่าน หยิบแก้วน้ำแล้วเดินไปที่เตียง

เธอนั่งพิงหมอนที่จัดขึ้นไว้ใต้แผ่นหลัง
ร่างกายทอนบนเปล่าเปลือยไร้รูปลักษณ์อาภรใดๆ
ผมยื่นแก้วน้ำให้เธอ-เย็นมากขึ้นที่ปลายนิ้ว
"ขอบคุณ" เธอรับมันกลอกลงคอ



"ถ้าเธอหายแล้ว เรากลับแล้วน่ะ นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย"
ผมบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้าน

"เดี๋ยว เอก !!" เธอทำท่าทางตกใจ
ราวกับผมจะหนีเธอไปไกลแสนใกล้

"อะไรอีกเล่า แม่ขี้อ้อน" ผมพยายามประคองเสียงที่สั่นไว้

เพียงแต่สายตาของผมยังจ้องมองไปยังประตู ไม่หันกลับมามองเธอ

"มองชั้นสิ"

"เธอเมามากแล้ว" เสียงผมขาดลง หายใจเข้าหนึ่งครั้ง
เพราะเธอแนบร่างชัดด้านหลังของผม มือเธอโอบรอบอก
และต้นแขนทั้งสองข้าง อุ่น-ผมสัมผัสได้

"ชั้นสกปรกแล้ว" เสียงของแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน

"อะไรนะ ?" ผมถามย้ำอีกครั้ง ขณะที่อกข้างซ้ายยังเต้นรัว
และเร็วกว่าเดิม

"ฉันขอโทษ" เธอเปล่งเสียงคล้ายครางเบาๆ
ผมรับรู้ได้แม้จะหันหลังว่า เธอกำลังร้องไห้
และในท่านั่น นาฬิกาบนผนังส่งเสียงกระซิบเบาๆ ติก ติก ติก

"จริงสิ เมื่อกี้มีคนโทร. มาแน่ะ เรารับให้แต่สายตัดไปซะก่อนน่ะ"

ผมพยายามหยุดคิด แล้วเปลี่ยนเรื่อง

"กลับไปเถอะ" เธอลดแขนที่โอบผม "กลับไป"
เสียงนาฬิกาฟังชัดเจนขึ้นกว่าเก่า ติก ติก ติก

"ถ้าเรากลับ เธอจะนอนหลับใช่มั้ยรัน"
ผมยังยืนอยู่ที่เดิม เสียงของนาฬิกาตีบอกเวลาตีสามแล้ว
เธอยังคงเงียบ
ผมถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นอีก
" ใช่มั้ย ? "

เสียงฝีเท้าของเธอถอยไปจากด้านหลังเรื่อยๆ
ประตูห้องน้ำถูกเปิดดังเอี๊ยดอ๊าด "กลับไปเถอะเอก"
เสียงเธอก้องกังวาลลอดเล่นออกจากประตูห้อง
ปัง คลิก
เธอล็อคประตู


ผมเข้าใจความหมายว่า "สกปรก" ของเธอนะ
เธอคง..... ตกเป็นของใครบางคนแล้ว คนที่ผมไม่รู้จัก คนที่ผม..
คนที่ผม.. ไม่สามารถเป็นได้
แต่ทำไมเล่า ทำไมเธอถึงร้องไห้ .. คนๆ
นั้นเขาบังคับเธอหรือไงนะ ..

ยิ่งคิดหัวใจผมก็เต้นรัว ทำไม ทุกครั้งที่เจอหน้าเธอ
ผมก็พยายามบอกตัวเองแล้ว

เพื่อน.. ผมเป็นเพียงเพื่อน ..
เพื่อนที่จะไม่มีวันทำร้ายเธอเป็นอันขาด

เมื้อกี้เธอร้องไห้ .. เพราะผมงั้นเหรอ ..

ทันใดนั้น ร่างบางที่อยู่ในห้องก็เปิดประตูออกมาอีกครั้ง

"ทำไมยังไม่กลับ ?" เธอถามผมเสียงแข็ง

ผมหันไปมองเธอที่กำลังเดินไปนั่งที่เตียง
บนร่างเธอมีผ้าขุนหนูรอบตัวหนึ่งผืน และที่หัวอีกหนึ่งผืน

"ฉันอาบน้ำตั้งนาน นึกว่าเธอไปแล้ว"

ผมที่ยืน ณ จุดเดิม
ตัดสินใจก้าวกลับลงที่เก้าอี้ข้างเตียงอีกครั้ง
บนโต๊ะถัดไปนั่น ยังคงมีหนังสือนิยายใหม่เอี่ยม ปากกา สมุด
ถ้วยกาแฟคราบเกรอะ และโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กกว่าฝ่ามือ
เธอชักมือขวาจากการขยี้ผ้าขุนหนูบนหัว
คว้าโทรศัพท์จากบนมือผม กดสายทิ้ง
เสียงเพลงเมื่อครู่หายไปจากห้องสี่เหลี่ยม และปิดเครื่อง
เธอโยนมันไปที่หัวเตียง

"แล้วสรุปว่าใครโทร. มาล่ะ ?"

เธอถามผมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมๆ
กับเช็ดศรีษะที่เปียกมาดๆ

"ไม่รู้เหมือนกัน" ผมตอบ

"งั้นมาไดร์ผมให้หน่อย" เธอสั่ง

"จะออกไปข้างนอกอีกเหรอ ?"

ผมถามด้วยความเป็นห่วง

"เปล่า ไม่ต้องถามแล้ว มาไดร์สิ"

เธอโยนผ้าขุนหนูไปหน้าห้องน้ำ

.

.

.

.

.


ภายในห้องสี่เหลี่ยม
แสงจันทร์จากช่องหน้าต่างนวลเนียนเลี่ยนเกลี่ยงไปกับแสงประดิษฐ์ของหลอดนีออน

ผมไม่กลัวว่า ความสัมพันธ์ตรงหน้าเรียกว่าอะไร
ผมเพียงแค่ไดร์ผมให้เธอผ่านคืนนี้ไปก็พอ


[10:49:40]

----------------------------------

เป็นเรื่องที่ตั้งใจเขียนมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

แต่ตอนที่เขียนด้วยกัน

ไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องไว้

ก็เลย..

คิดถึงอะไรบางอย่างระหว่าง Amaie กับ Aday60baht

แต่ก็คิดไม่ออก (เพราะไม่รู้จะคิดถึงอะไร)

เลยใช้ Between นี่ละ เป็นชื่อเรื่อง

จริงแล้ว..

ชอบมากๆ ทั้งเรื่อง

แต่ชอบบรรทัดสุดท้ายสุดๆ ไปเลยแฮะ...

ปล. ชั้นละเกลียดคนรู้ทัน

เลยคิดไปว่า.. บางที เราอาจไม่รู้จักกันจะดีกว่านะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ลุ้นดีนะ 555+

#1 By Golden Fish (221.128.103.165) on 2006-09-30 20:27

ชอบค่ะ

#2 By .-+^melody^+-. on 2006-09-30 20:52

เเฮะๆ ยิ่งอ่านยิ่งคิดๆ เอิ้กๆ เอ๊ะ คิดไรหว่ารู้ทันน๊า!!

#3 By The GongZ (203.188.26.181) on 2006-09-30 22:04

นานแสนนาน
ในความมืด
สินะ

#4 By ทับ หก ยาดา on 2006-09-30 23:14

บางคัร้งก็ งงๆ อาจจะถูกหลอกให้ งง ด้วยสีของอักษร และสับสนด้วยคำพูด หรอืเพระาผมเป็นคนอ่านน้อยรู้น้อยก็เป็นได้

แต่พออ่านจบแล้วก็พอเข้าใจ อย่งที่ประโยคสุดท้ายได้บอกไปว่า "ผมเพียงแค่ไดร์ผมให้เธอผ่านคืนนี้ไปก็พอ"

#5 By ฟิวส์ on 2006-09-30 23:33

ชอบอารมณ์ขุ่นๆแบบนี้จัง...
ชอบเหมือนกัน

#7 By poor25hr. on 2006-10-01 16:14

เกลียดคนรู้ทัน

#8 By zui ai yanchengxu on 2006-10-01 17:23

วินาทีที่รวดเร็ว
วินาทีที่ยาวนาน
วินาทีที่ยากแก่การจะนิยาม

ชอบเรื่องนี้จัง

#9 By Na - th (นัท) on 2006-10-01 19:02

และแล้วก็เข้ามาชอบด้วยคน

เขียนได้ประณีตดีจังเลย...

#10 By bete noire on 2006-11-17 14:22