Acidently , in five days
posted on 02 Jun 2006 19:09 by amaie in Short-Storiesผมมีเวลาเพียง 5 วัน
กับการปฏิบัติการอันหนักอึ้ง จนแทบละลายนี้
เพราะถ้าเลยเวลาดังกล่าวไป
ผมคงจะไม่ได้เจอเธออีก
คุณเคยอยากเจอใครสักคน
แต่คุณก็รู้ดีว่า มันจำเป็นต้องเกิดจากความบังเอิญ มั้ยครับ ?
และ .. ตอนนี้
ผมกำลังสร้าง สิ่งที่เรียกว่า ความบังเอิญ ให้เกิดขึ้น
6.50น. วันที่ 1
มันคงเป็นเวลาเช้าเกิน ที่ผมจะถีบร่างให้ลุกจากเตียง
แต่ไม่ได้ .. ไม่ได้ ผมสั่งกับตัวเองไว้แล้ว
ว่าวันนี้คือวันสำคัญวันแรก
เหตุผลที่ต้องตื่นเช้านะเหรอ ..
เสียงกลอนล๊อคประตูห้องข้างๆ ดังขึ้น
พร้อมกับเสียงเปิดประตู
ใช่ครับ
ผมกำลังนั่งรอเสียงนี้อยู่
เพราะหลายครั้งก่อนหน้านี้ผมก็เจอเธอเวลานี้
ผมเลยคิดไปเองว่า มันเป็นเวลาออกจากบ้านของเธอ
ผมเปิดประตูออก
เธอ ที่กำลังกดปุ่มลิฟท์อยู่ หันหลังมาเบาๆ
แล้วยิ้มให้กับผม
นั่นเป็นเรื่องธรรมดาฮะ
ผมเห็นเธอยิ้มแบบนี้ทุกครั้ง และกับทุกคน
แต่วันนี้ จะพิเศษกว่า
อรุณสวัสดิ์ครับ
ผมกล่าวประโยคแรกตั้งแต่เจอกันกับเธอในลิฟท์แคบ ๆ
เธอเพียงยิ้มตอบกลับ
แล้วก็เดินออกจากลิฟท์ไป อย่างไม่หันกลับมามอง
.....................
.................................
วันที่ 2 เวลาเดิม
ผมยังคงต้องตั้งนาฬิกาปลุก เพื่อไปลงลิฟท์ และขึ้นลิฟท์
แล้วกลับมานอน เป็นวันที่ 2
เสียงประตูเปิดขึ้น
ผมเปิดประตูออกไป
อรุณสวัสดิ์ครับ
เธอหันหน้ามามองหน้าผมนิดหน่อยแล้วยิ้ม
ลิฟท์ตัวเล็ก ๆ ค่อยเคลื่อนที่ลงจากชั้นเก้า
เวลามันช่างผ่านไปเร็วนัก
ประตูลิฟท์เปิดสู่ชั้นหนึ่ง
เธอเดินออกจากลิฟท์ แล้วหันกลับมามองผมอีกครั้ง
อรุณสวัสดิ์ค่ะ
...................
....................................
วันที่ 3 ไม่ใช่เวลาเดิม
เมื่อคืนผมคงหนักไปหน่อย ร่างกายเลยแทบจะไม่มีแรงลุกขึ้น
ตัดสินอยู่ว่า ... จะนอนต่อ ดีมั้ย
... เหลือเวลาแค่ 3 วันเองนะ
เอ.. หรือว่าจะนอนต่อดี ..
ขณะที่ผมตัดสินใจอยู่เวลาก็ไม่ได้หยุดรอ
นาฬิกาบอกเวลาว่าเลยเวลาที่จะได้พบเธอแล้ว
................
แต่วันนี้ไม่ได้ยินเสียงเจ้าของห้องข้างๆ เปิดประตู
เธอคงออกไปแล้วล่ะครับ
ผมตัดสินใจลุกขึ้นเดินเหมือนซอมบี้เพื่อไปเดินเปิดประตู
เจ้าของร่างบางที่ยืนพิงผนังเพื่อรอลิฟท์ ยิ้มให้กับผม
อรุณสวัสดิ์ค่ะ
ทำไมวันนี้ออกสายล่ะครับ ? ผมถามกลับ
เธอเพียงยกมุมปากขึ้นอีกเล็กน้อย แล้วเดินเข้าลิฟท์ที่มาถึงพอดี
แต่ผมยังคงใส่ชุดนอน .. เลยไปได้ขึ้นลิฟท์ไปด้วย
...................
.........................
วันที่ 4
ผมตัดสินใจตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหน่อย
แม้จะรู้ว่ามันไม่ได้ทำให้เวลาของผมกับเธอเพิ่มขึ้นเลย
เสียงประตูเปิดขึ้น
ผมเปิดประตูออกไป
อรุณสวัสดิ์ฮะ
ค่ะ
จะย้ายออกเมื่อไหร่เหรอครับ
ผมถามคำถามที่รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว
.........................
เธอไม่ได้ตอบ
เธอไม่ได้หันหลังกลับมามอง
เธอไม่ยิ้ม
วันนี้เธอเป็นอะไรไป ?
....................
..................................
วันสุดท้าย
ผมตื่นก่อนเวลาที่เคยให้นาฬิกามันปลุก ครึ่งชั่วโมง
เฝ้าคิดว่ามันเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เจอกัน
ผมรู้เพียงว่า เธอมาฝึกงานแถวนี้ เลยอาศัยห้องข้างๆ ของพี่ชายที่ซื้อไว้ก่อนไปต่างประเทศอยู่
และได้ยินจากห้องข้างๆ มาอีกทีว่า เธอจะกลับไปอยู่บ้านวันนี้
เสียงประตูข้างห้องเปิดขึ้น
แต่ผมยังไม่เปิดประตูออกไป
..........
ได้แต่นั่งคิดในใจ
ว่าเธอจะรู้ไหมนะ ว่าหลายๆ วันที่ผ่านมา
มันเป็นวันแห่งความบังเอิญที่ผมสร้างขึ้นมา
หรือว่า ผมคิดไปเองฝ่ายเดียว
ความบังเอิญ ก็คือความบังเอิญ ..
.............
....................
เวลาล่วงเลยออกไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง
ผมนึกถึงภาพที่เจอกันครั้งแรกไม่ออก
ตอนไหน เวลาไหน .. ก็จำไม่ได้
รู้แต่ว่าเธอมาอยู่ที่นี่สามเดือนแล้ว
.....................
..............................
แต่ผมโง่เองที่ใช้เวลาเพียง 5 วันสุดท้าย
รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ทำ
คุณคิดว่าผู้ชายทั้งโลกจะกล้าจีบผู้หญิงที่เจอกันบนลิฟท์ไม่กี่ครั้งเหรอครับ ?
ถ้านั่นเป็นความจริง ผมก็คงไม่ใช่ผู้ชาย แล้วล่ะ
แล้วอีกอย่าง เรื่องนี้
มัน... คงสายไปแล้ว
ความตั้งใจที่อีกฝ่ายไม่รู้ ก็คงสรุปได้ว่าเป็นเพียงความบังเอิญ ..
ผมเปิดประตูออกไปอีกครั้งอย่างไม่มีความหวังใด ๆ
เจ้าของดวงตาสีดำเข้มกำลังจ้องมองประตูที่ผมเปิดออกอยู่
มันสร้างความ งงงวยแก่ผมนิดหน่อย
เธอเดินมาใกล้ ๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายโกรธ
ตื่นสายละสิ ?
ปะ เปล่า .. ครับ ตื่นนานแล้ว ผมตอบด้วยความมึนงง
แล้วทำไมออกมาช้าล่ะ ?
นี่เธอกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย ?
อะไรเหรอครับ ?
ก็ชั้นรอนายตั้งนานแล้วอ่ะ ปกติออกมาตอน เจ็ดโมงครึ่งไม่ใช่เหรอ ??
รอ ? .. รอผม ? .. รอใคร ? .. รอ ........ งั้นเหรอ ?
ช่ายย !! รอนายนั่นแหละ หรือนายคิดว่าที่เจอกันมันเป็นความบังเอิญจริง ๆ ?
.............................
เอาเถอะ ๆ เอาเป็นว่า จะไปกันได้ยัง ดูสิ สายมาตั้งชั่วโมงกว่าแล้ว
เธอเดินไปกดปุ่มขึ้นลิฟท์แต่ผมรั้งตัวเธอไว้ก่อน
เดี๋ยวครับ ที่พูดเมื่อกี้ หมายถึง คุณก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นความบังเอิญใช่มั้ย ?
มัน .. มัน .... เธอหลบตาผมแล้วก้มลง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น แล้วกล่าวต่อ มันคงเป็นความบังเอิญสำหรับนาย แต่มัน .. ไม่ใช่สำหรับชั้น
หมายความว่าไงครับ ?
ตาของผมเป็นประกายขึ้น เมื่อได้ยินบางสิ่งจากปากเธอ
เอาเป็นว่าปกติจริงๆ อ่ะ ชั้นออกจากบ้าน เจ็ดโมงนะ เข้าใจมั้ย ?
หมายความว่า ปกติ รอผม ??
รอจนไปทำงานสายทุกวันเลยแหละ
เธอพูดบ่นพึมพำเบาๆ เพียงพอที่จะทำให้ผมได้ยิน..
แล้วก็ก้มหน้างุด ๆ เดินเข้าลิฟท์ ผมเดินตามเธอเข้าไปช้า ๆ
ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ กับความคิดของตัวเอง
.........บางทีความบังเอิญก็เกิดขึ้นจากความตั้งใจ .. ใช่มั้ย ....
แล้วจะย้ายออกวันนี้เลยหรือเปล่าครับ ?
ยัง เสียงเธอยังแข็ง อาจจะเป็นเพราะความอาย มั๊ง ?
อ้าว .. ทำไมละ ?
ไปฝึกงานแก้ตัวใหม่
หืม .. ทำไมงั้นละ ? ทำอะไรไม่ดีไว้เหรอ ??
ไม่รู้จริงๆ เหรอ ? เธอแหง่นหน้ารูปไข่ขาวๆ มาหาคำตอบจากผม
ไม่รู้ .. เพราะอะไรล่ะ ?
ไปทำงานสายน่ะสิ !!!!!
ผมขำ คิกคิก ในใจอยู่พักนึง พลางคิดไปว่า จริงๆ แล้ว เธอน่าจะตอบกลับว่า
..... ไปทำงานสาย เพราะ รอผม ... มากกว่านะ
.............................
.............................................
ถ้านี่คือความบังเอิญจริง
ผมก็อยากจะให้เกิดความบังเอิญในทุก ๆ วัน
แต่ผมยังสงสัยอยู่
ว่าจริงๆ แล้ว ความบังเอิญ มันเป็นเพราะ โชคชะตา หรือเปล่านะ ?
หรือมันเกิดจาก
ความตั้งใจของใครบางคน
ที่อีกคนคิดว่ามันเป็นแค่ ความบังเอิญ ไม่รู้ .....
กัน ?

#1 By B-side on 2006-06-02 19:17