นอกกระจกรถยนต์คันสีดำของผม
สายฝนกำลังโปรยปรายลงมาอย่างช้า ๆ
ตอนนี้ ใจของผมไม่ต่างอะไรกับหยดน้ำที่กลั่นตัวจากเมฆเทาๆ บนท้องฟ้า
เฮ้อ...
สามสิบสี่นาทีครับ
รถผมอยู่ตรงนี้มาสามสิบสี่นาทีแล้ว
มันไม่ขยับไปไหนเลยซักนิด
ไม่นึกเลยว่าการตื่นสายเพียงสิบห้านาที
จะทำให้ผมต้องนั่งมองสัญญาณไฟจราจรที่ไม่ยอมเปลี่ยนเป็นสีเขียวสักที
มานานเกินครึ่งชั่งโมงแล้ว
แต่อย่างน้อย ข้างนอกรถ ก็ยังมีสิ่งที่ผมชอบ
ฝน...
ผมชอบน้ำฝน
ชอบสายฝน
ชอบฤดูฝน
แล้วก็ชอบ.........
ผู้หญิงที่เปียกปอนเพราะน้ำฝน คนนั้น
............
........................
..........
คุณว่า ฝนมันตก เป็นหยดหรือเป็นสายกันนะคะ ?
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมบนรถเมล์สายที่มุ่งหน้าไปที่ทำงาน ถามขึ้น
เคยได้ยินจากที่ไหนนะคำนี้ .. ?
ผมถามเธอตอบ พร้อมกับมองสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำข้างนอกรถ
มันเป็นประโยคที่ผมเคยได้ยิน .. ไม่นานนัก
เอ.. จากหนัง ซักเรื่อง ..
เรื่องอะไรนะ .. เรื่อง ...
My girl & I ค่ะ
อ่อ ใช่ครับ
คุณว่าไงล่ะคะ ?
เธอยังถามผมต่อ ด้วยรอยยิ้ม แต่ผมสังเกตเห็นอาการสั่นเพราะไอเย็นจากแอร์รถยูโรคันนี้
คุณตัวเปียกหนิ ?
เธอก้มมองตัวเองนิดหน่อย แล้วทำอาการเขินอาย
เพราะเสื้อสีขาวที่เปียกกึ่งชื้นด้วยไอเย็น มันทำให้มองเห็นขอบชุดชั้นในบางๆ นี่สิ
อ่า เอ่อ ... ค่ะ พอดีชั้น ชั้น ...
หน้าของเธอเริ่มแดงขึ้นทีละนิดจนเห็นได้ชัด
ผมจึงตัดสินใจมอบเสื้อที่พาดอยู่ที่แขนให้กับเธอ
ระวังจะเป็นไข้นะครับ
ขอบคุณค่ะ แล้วจึงค่อยๆ สวมเสื้อตัวใหญ่นั่นทับ เอ่อ.. นี่มันเสื้อกาวน์ ?
อ่อ ครับ เธอมอหน้าผมอย่างไม่แน่ใจ ก่อนที่จะเอ่ยคำถามถามผม
คุณหมอตกอับจนต้องมาขึ้นรถเมล์เลยเหรอคะ ฮะ ฮะ ..
อ่าว... ไหงเธอว่าผมอย่างนั้นละ .. แต่จริงๆ มันก็น่าจะเป็นแบบนั้น
ผมวิ่งฝ่าฝนขึ้นรถเมล์มานี่นา
เปล่าครับ คือรถผมเสีย
ค่ะ ชั้นล้อเล่น
เธอคงยังไม่เชื่อผมซักเท่าไหร่ ด้วยภาพที่เป็นหมอไม่เต็มตัว
ผมยังเรียนอยู่ปีหก และเป็นเพียงแพทย์ฝึกหัด
ความคิดของผมหยุดไปชั่วครู่
เพราะเห็นร่างบางกอดตัวเองเพราะความหนาว
แล้วเผลอหลับไป
... ผู้หญิงอะไรวะ ไม่มีความระมัดระวังเอาซะเลย ...
รถเมล์วิ่งฝ่าฝนจนมาถึงที่ทำงานของผมแล้ว
เวลาความสุขที่มีหญิงสาวมาซบที่ไหล่จบลงแล้ว ..
ผมปลุกเธอ แต่ยังไม่ทันกล่าวคำร่ำลา
คนขับก็ทำท่าจะเหยียบคันเร่งต่อ ..
ผมจึงจะรีบก้าวเท้าลงจากรถคนนั้น
แต่เธอยังไม่ลืมตาขึ้นมามองผมเลยนะ
ช่างเถอะ มันคงเหลือเป็นความทรงจำ
กับกลิ่นยาสระผมที่ติดจมูกผมมาเท่านั้นเอง...
สี่วันต่อมา ..
ผมเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย
ตอนนี้ผมยังคิดถึงเธอคนนั้นอยู่เลย
..........
.................
ผมแค่รู้จักเธอ ในฐานะผู้หญิงเปียกฝน
.........
................
.....
ความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นง่าย
ก็ไม่ควรหวังว่ามันจะอยู่กับเรานานใช่มั้ย ?
ผมตัดสินใจเลิกคิด
แล้วเปลี่ยนชุดเพื่อจะกลับบ้าน
หมอค่ะ มีเด็กผู้หญิงมารอหมออยู่ บอกว่าจะเอาเสื้อมาคืนน่ะค่ะ
สิ้นเสียงพยาบาลผู้ช่วย
หัวใจผมเต้นรัว แล้วก็สาวเท้าอย่างไม่รีรอ ...
คุณรู้ได้ไงครับ ว่าผมชื่ออะไร ?
ผมยิงคำถามที่สงสัยขณะที่เดินมาพบ
เธอยิ้ม แล้วยกป้ายชื่อที่ติดอยู่กับเสื้อของผมขึ้น
ก่อนที่จะส่งถุงเสื้อมาให้ผม ..
หมอยังไม่ตอบชั้นเลยนี่คะ ว่าฝนมันตกเป็นหยดหรือเป็นสาย
......................
................................
............
หมอคี หมอคีคะ ไฟเขียวแล้วววววว !!
เสียงเรียกทำให้ผมต้องกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
อ่าว อ่อ.. เออ พี่คิดอะไรเพลินไปนิดน่ะ
ไม่ทันซะแล้ว แม้จะเหยียบคันเร่งมิดขนาดไหนก็ไม่ทันไฟเขียวไกลๆ นั่นอยู่ดี
เห็นมั้ยละ เดี๋ยวไปทำงานสาย อย่ามาว่าไมล์นะ
ครับๆ คุณหนู
ผมยิ้มรับคำพูดที่เป็นห่วงแบบกัด ๆ ให้เจ็บเล็กๆ นั่น
ก่อนที่เธอจะมองออกไปยังสายฝนที่พร่ำลงมาอยู่ข้างนอก
หมอคะ
หืม ... ?
หมอยังไม่ได้ตอบเลยนะ ว่าฝนมันตกเป็นหยดหรือเป็นสาย..
ไม่มีเสียงตอบจากผม ..
ตาของผมกับเธอประสานกัน
...
ตลอดระยะเวลาสองปีที่เราสองคบกัน
เธอยังคงค้นหาคำตอบจากนัยน์ตาสีดำสนิทของผม
อย่างไม่มีจุดจบ
ผมเพียงแต่ตอบในใจ
คำถามนั้น ผมจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตอบเธอเอง ..
แล้วคุณละครับ
ฝนของคุณตกเป็นหยดหรือเป็นสาย ? *
ปล. อามีเอล : ฝนของชั้น ตกเป็นคุณค่ะ (ฮิ้วววววววววว ~)
ชอบจัง