เที่ยงคืน สองนาที ที่นี่

ผมกำลังนอนมองท้องฟ้าที่สีดำมืดมิด

จนเผลอคิดไปว่า

มันเป็นของผมคนเดียว

แม้จะไม่มีเมฆบดบังแสง

แต่จากที่นี่ กี่คืนๆ ก็มองไม่เห็นดวงดาวอยู่ดี

นักท่องเที่ยวเรียกอาณาเขตที่ผมยืนอยู่ว่า

"ดินแดนแห่งความมืดมิด"

มันเป็นชื่อเรียกที่ดูลึกลับสำหรับผมมาก

เพราะผมเป็นเพียงนักท่องเที่ยว

ที่หลงเข้ามา ณ ดินแดนแห่งความมืดมิดแห่งนี้

เมื่อก่อน

ผมเคยเกลียดและหวาดกลัวกับความมืด

ทุรนทุรายหาทางออกเพื่อจะพบกับแสงสว่าง

จนกระทั่งมีวันหนึ่งที่คิดว่า ต้องเผชิญหน้ากับมันสักที

แม้จะต้องกลบความกลัวที่มีอยู่ในใจให้ลึกแค่ไหนก็ตาม

ผมเลยเดินทางข้ามเส้นเวลาโลกมายังดินแดนแห่งนี้

ดินแดนที่ถูกความมืดมิดกลืนกินในยามค่ำคืน

หากคุณอยากสัมผัสดินแดนแห่งนี้

ว่าเป็นอย่างไร

ผมแนะนำให้ปิดตาทั้งสองข้างภายในความมืด

.............

................

นั่นแหละครับ ท้องฟ้าที่คุณจะเห็นอย่างที่ผมเห็นตอนนี้ ..

ผมนอนมองท้องฟ้าจากตรงนี้มาหลายคืนแล้ว

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่โรคกลัวความมืดนั้นหายไป

มันอาจจะค่อยๆ จางไปหาย

หรือหายวับไปเลยก็ได้

.................

.............

แต่ที่แน่ๆ ความรู้สึกของผมตอนนี้

เหลือเพียงแต่ความหลงใหลในความลึกลับ

.....................

..........

ในท้องฟ้าสีดำสนิท

ที่มีประกายแสงสว่างเล็ก ๆ

ที่ไม่รู้ว่าใช่แสงของดวงดาวหรือเปล่า..

เท่านั้นเอง

ผมว่า

สำหรับผม คุณค่าของแสงสว่างไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์

แต่มาจาก

ความมืดมากกว่า *

มืดที่สุด จึงจะเห็น แสงสว่าง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เปรียบเปรียได้งดงามมากเลย ^^ ชอบๆ

ถ้าไม่รู้จัก สิ่งหนึ่ง
ก็จะไม่มีทางเห็นในอีกสิ่งหนึ่ง ...

เช่นกัน

#1 By 「 Self + SenSe 」 on 2006-05-12 02:16

ใข่ๆ เห็นด้วยกะคอมเม้นที่หนึ่ง

#2 By poor25hr. on 2006-05-12 02:18

ชอบจังเลยค่ะ ภาษาแบบนี้...กลางคืน ความเงียบ ท้องฟ้า มันมักจะมาด้วยกันนะคะ โลกกลางคืนใครว่าน่ากลัวเนอะ เราว่ามันสวยงามมากต่างห่างล่ะคะ และยิ่งเมื่อเทียบกับกลางวันที่แสนจะวุ่นวายแล้ว...ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ

#3 By ขนมต้ม~** on 2006-05-12 02:20

เห็นค่า
เมื่อเทียบเคียง
สิ่งตรงข้าม

#4 By ทับ หก ยาดา on 2006-05-12 02:27

งดงามมากคับให้กำลังใจผมได้เยอะเรยอ่า

#5 By akito on 2006-05-12 02:38

แล้วแสงสว่างนั้นเป็นความหวังที่ดีมาก
..เขียนได้สวยงามมากเลยค่ะ

#6 By นัท on 2006-05-12 02:56

.
.
"พิมพ์ไปได้ยังงัย มืดขนาดนั้นอะ
เดี๋ยวสายตาก็เสียหรอก"

เสียงใครคนนึงดังขึ้น
พร้อมกับแสงไฟที่สว่างไปทั่วห้อง
พร้อมๆกับการลาจากไปของโลกแห่งความมืดมิด


แต่ผมรู้ว่านี่จะไม่ใช่การลาจากตลอดกาล


แล้วพบกันใหม่นะ


:]



#7 By zirzaa` on 2006-05-12 03:48

ดำดิ่งกับความมืด
แต่ก็ปลาบปลื้มกับแสง แม้จะเล็กๆ

อ่านแล้วดูเงียบสงบดีจัง

#8 By ++ HoORaY ++ on 2006-05-12 06:47

หลงไหลในความมืดมิดเหมือนกัน
แต่งดีมากๆ ชอบค่ะ

#9 By .-+^melody^+-. on 2006-05-12 08:30

ลึกลับเหมือนกับบล็อกนี้แล
ความลึกลับนั้นน่าหลงใหล
อะไรที่เราไม่รู้นี่มันช่างมีเสน่ห์เสียนี่กระไร...
การมีอยู่ของสิ่งหนึ่ง

อาจเพื่อ

การมีอยู่ของอีกสิ่ง
มันก็แค่การตัดสินกันเอาเอง
และกำหนดโดยมนุษย์เอง

ทั้งมืดและสว่าง
ทั้งขาวและดำ
และสีทุกสี
สิ่งใดถูกสิ่งที่ผิด

เดิมมันแค่เป็นของมันอยู่เช่นนั้นมาตลอด
แต่มนุษย์เป็นผู้ไปกำหนดสิ่งและกำหนดค่าสิ่งเหล่านั้นกันเอง

ในความมืดก็เป็นเพียงช่วงเวลาที่ไม่มีรังสีที่มนุษย์ใช้มอง
แต่มนุษยเองที่ไปให้ชื่อและกำหนดสิ่งต่างๆ
ตามใจตัว

By Victor

#12 By Victor & I_WAIN on 2006-05-12 11:13

เคยนอนดูดาวที่หอ

แปลกใจมากๆ ท้องฟ้าเดียวกัน แต่ทำไมดาวไม่เท่ากัน

จริงๆแล้วดาวบนพื้นดินนั่นแหละ บดบังแสงของท้องฟ้าซ้ะหมด

เปรียบเทียบได้สวยจังเลยน้ะ
เรียล ไม่รู้จะพูดออกมายังไงเลยอ่ะ

โฮกกก

#13 By Breakable on 2006-05-12 13:04

ในความมืดมักจะมีแสงสว่างทอแสงอยู่เสมอ....

#14 By Zo0Mo0k on 2006-05-12 14:13

สีขาวคือสีที่สวยที่สุดท่ามกลางความมืดมิด
มืดสว่างเป็นของคู่กัน
ไม่มีแสงก็ไม่มีเงา(ความมืด)
ไม่มีใครดีอย่างเดียว ไม่มีใครเลวอย่างเดียว

#16 By blackholesun on 2006-05-12 17:25

It is better to light a candle than curse the darkness

p.s. แปลงเพศมาเหรอ

#17 By M i a o w on 2006-05-12 18:14

น้องสาวพี่เก่งจัง

คิดถึ๊งคิดถึง.....

#18 By pi-run-ya on 2006-05-13 00:08

ถ้าพึ่งเข้ามาอ่านเป็นentryแรกนี่ฉันท่าจะคิดว่าคุณเป็นนักเขียน ชอบจริงๆ
ที่ชอบน่ะทั้งความมืดแล้วก็เอ...คุณด้วย
ถ้าไม่เห็นความมืดแล้วจะรู้จักแสงสว่างได้อย่างไร.. ในทางกลับกัน ถ้าไม่รู้จักความสว่าง แล้วจะเห็นความมืดหรือ..

#20 By Vixen on 2006-05-13 13:53